ตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสมในวันศุกร์ โดย Nasdaq พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง หนุนโดยความคาดหวังเรื่องการลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดในช่วงปลายปี
ดัชนี Dow Jones อ่อนตัว ปิดลดลง 0.59% ที่ระดับ 45,834 จุด ขณะที่ S&P 500 ปรับลงเล็กน้อย 0.05% อยู่ที่ 6,584 จุด อย่างไรก็ตาม Nasdaq สวนทางกับตลาด เพิ่มขึ้น 0.44% ปิดที่ 22,141 จุด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยพันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 1.4 จุดเบส มาอยู่ที่ 3.556% ส่วนพันธบัตรอายุ 10 ปี ขยับขึ้น 4.4 จุดเบส มาอยู่ที่ 4.064% ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ยังทรงตัว ปิดสัปดาห์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.09% ที่ระดับ 97.62
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากรายงานเหตุการณ์โดรนของยูเครนโจมตีโรงงานในรัสเซียอีกครั้ง — น้ำมัน Brent เพิ่มขึ้น 0.93% ปิดที่ 66.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เพิ่มขึ้น 0.51% อยู่ที่ 62.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ปิดบวก 0.24% ที่ระดับ 3,643.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ธนาคารกลางเป็นจุดโฟกัสของตลาด
ความสนใจของตลาดในสัปดาห์นี้หันไปที่การประชุมของธนาคารกลางหลายแห่ง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในวันพุธนี้ ขณะที่ ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ก็มีแนวโน้มจะดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกันก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน
ต่อจากนั้น ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะประกาศนโยบายในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม แต่สิ่งที่ตลาดจับตาคือ “แนวโน้มการดำเนินนโยบายล่วงหน้า” ซึ่งอาจส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดการเงิน โดยเฉพาะตลาดเงิน (FX) ที่กำลังให้ความสำคัญกับ “ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ย” เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวนในสกุลเงินหลักต่างๆ
เริ่มต้นสัปดาห์อย่างคึกคัก
วันจันทร์นี้ถือเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ที่น่าจับตา โดยแม้ว่าการซื้อขายในเอเชียอาจเบาบางลงจากวันหยุดในญี่ปุ่น แต่ ตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน (+5.7% YoY ที่คาดไว้) และ ยอดค้าปลีก (+3.8% YoY ที่คาดไว้) อาจจุดประกายความเคลื่อนไหวของตลาดได้
ทางฝั่งยุโรปมีเพียงกำหนดการกล่าวสุนทรพจน์ของ ประธาน ECB คริสติน ลาการ์ด เป็นประเด็นหลัก ขณะที่ในฝั่งสหรัฐฯ ตัวเลข Empire State Manufacturing Index (คาดการณ์ไว้ที่ 4.3) เป็นรายงานเศรษฐกิจเดียวที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้
ตลาดเริ่มมีการจัดพอร์ตเพื่อรอผลการประชุมเฟด นักลงทุนจะต้องจับตาความเคลื่อนไหวในช่วงแรกของสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิดเมื่อสภาพคล่องในตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
