ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แม้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง หลังทรัมป์ปลดผู้ว่าการเฟด
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา แม้จะมีความตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากวอชิงตัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ากดดันธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยการปลด ลิซ่า คุก ผู้ว่าการเฟดออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต
- Dow Jones เพิ่มขึ้น +0.30% ปิดที่ 45,410
- S&P 500 บวก +0.41% ปิดที่ 6,465
- Nasdaq ขยับขึ้น +0.44% ปิดที่ 21,544
ดอลลาร์และพันธบัตรปรับลง นักลงทุนหันหาความปลอดภัย:
- ดัชนี DXY ลดลง -0.20% อยู่ที่ 98.24
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปี ลดลง 4.5 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 3.679%
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ลดลง 1.4 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.261%
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์: น้ำมันปรับฐาน ทองคำพุ่งขึ้นจากแรงซื้อเพื่อความปลอดภัย
- Brent ลดลง -2.19% ปิดที่ $67.29
- WTI ลดลง -2.28% ปิดที่ $63.32
- ทองคำ เพิ่มขึ้น +0.82% ปิดที่ $3,393.57
แรงกดดันต่อเฟด: ตลาดเริ่มกังวลต่อการแทรกแซงของรัฐบาล
นักลงทุนต่างตกใจจากการที่ทรัมป์ปลดคุก พร้อมข้อกล่าวหาเรื่องการฉ้อโกง แม้ปฏิกิริยาเริ่มต้นในตลาดหุ้นจะไม่รุนแรง แต่ความกังวลกำลังเพิ่มขึ้นว่า ทำเนียบขาวอาจพยายามเข้าควบคุมธนาคารกลางมากขึ้น
ผู้เล่นในตลาดเริ่มประเมินความเสี่ยงจากการแทรกแซงที่อาจยกระดับ หากมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลาง อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่น โดยเฉพาะ ค่าเงินดอลลาร์และตลาดหุ้น ที่อาจเผชิญกับแรงเทขายอย่างรุนแรง
ปฏิทินเศรษฐกิจเบาบาง – ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จ่อเป็นปัจจัยหลัก
ในขณะที่ปฏิทินเศรษฐกิจไม่หนาแน่น สายตานักลงทุนจึงหันไปจับตาความเคลื่อนไหวด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ช่วงเอเชียแปซิฟิก: ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของออสเตรเลีย โดยตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากครั้งก่อนที่ 1.9% หากออกนอกช่วง ±0.2% อาจทำให้ค่าเงิน AUD ผันผวนแรง
- ช่วงลอนดอน: คาดว่าจะเงียบเหงา ไม่มีปัจจัยใหม่
- ช่วงนิวยอร์ก: รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ (คาดการณ์ -1.7 ล้านบาร์เรล) และถ้อยแถลงจาก โธมัส บาร์คิน หนึ่งในเจ้าหน้าที่เฟด
ถึงแม้จะมีปัจจัยเหล่านี้ แต่ตลาดยังคงจับตา ข่าวภูมิรัฐศาสตร์ ว่าอาจเป็นตัวแปรหลักในการขับเคลื่อนความผันผวนในวันข้างหน้า
